เอเมรี่ รักษาสัญญา และแอสตัน วิลล่า คือราชาแห่งยุโรปอีกครั้ง

ในวงการฟุตบอล คำพูดของผู้จัดการทีมในวันแรกที่รับตำแหน่งมักถูกมองด้วยความระแวดระวัง เพราะหลายครั้งที่คำสัญญาเหล่านั้นจางหายไปพร้อมกับผลลัพธ์ที่ไม่เป็นดังหวัง และในที่สุดผู้จัดการทีมก็จากไปพร้อมกับคำพูดที่ไม่เคยถูกทำให้เป็นจริง

แต่เมื่อ อูนัย เอเมรี่ เดินเข้ามาที่วิลล่า พาร์คเมื่อสามปีครึ่งที่แล้วและบอกว่าเขามาที่นี่เพื่อคว้าถ้วยรางวัล แฟนบอลของแอสตัน วิลล่าคงรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างแตกต่างออกไป และในคืนวันพุธที่อิสตันบูล ประเทศตุรกี ชายชาวสเปนคนนั้นก็พิสูจน์ว่าคำพูดของเขาไม่ใช่แค่คำพูด

แอสตัน วิลล่า ชนะ ไฟรบวร์ก 3-0 ในรอบชิงชนะเลิศยูโรปา ลีก และ จอห์น แม็คกินน์ กัปตันทีมชูถ้วยขึ้นสู่ท้องฟ้า เขียนชื่อของสโมสรลงในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยุโรปอีกครั้ง หลังจากที่รอคอยมาอย่างยาวนาน

กลิ่นอายของประวัติศาสตร์ที่โคจรมาพบกัน

สิ่งที่ทำให้ชัยชนะในคืนนั้นมีมิติที่ลึกกว่าแค่ผลของเกมคือการที่มันเชื่อมต่อสองยุคสมัยของสโมสรเข้าหากันในแบบที่ไม่มีใครวางแผนได้

ในสนามที่อิสตันบูล มีชายเก้าคนที่นั่งดูการแข่งขันในฐานะแขกพิเศษ และพวกเขาไม่ได้มาในฐานะแฟนบอลธรรมดา แต่ในฐานะวีรบุรุษของปี 1982 ผู้ที่เคยทำสิ่งยิ่งใหญ่ให้กับสโมสรนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อแอสตัน วิลล่าคว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ ที่รอตเตอร์ดัมด้วยการเอาชนะบาเยิร์น มิวนิค

ประตูที่เขียนประวัติศาสตร์

Emery kept his promise

เกมรอบชิงชนะเลิศไม่ได้เป็นเกมที่ทำให้ใครลุ้นตัวโก่งตั้งแต่ต้นจนจบ เพราะวิลล่าแสดงให้เห็นตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าพวกเขามาด้วยความมั่นใจและเตรียมพร้อมมาอย่างดี

ทีเลมันส์คือคนแรกที่เปิดฉากด้วยการยิงสุดสวย ลูกที่ออกมานั้นไม่ใช่แค่ประตู แต่เป็นงานศิลปะที่แสดงให้เห็นว่ากองกลางชาวเบลเยียมคนนี้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดในชีวิต และเขาเลือกคืนที่สำคัญที่สุดในฤดูกาลมาระเบิดมันออกมา

เอเมรี่และบันทึกที่ไม่มีใครเทียบได้

สำหรับ อูนัย เอเมรี่ คืนนี้ไม่ใช่แค่แชมป์ยูโรปา ลีกสมัยที่ห้า แต่เป็นการยืนยันสิ่งที่หลายคนในวงการรู้ดีอยู่แล้วว่าในการแข่งขันนี้ เขาคือผู้จัดการทีมที่ไม่มีใครเทียบได้

สี่สมัยก่อนหน้านี้กับสามสโมสรที่แตกต่างกันคือสถิติที่ทำให้เขากลายเป็นเจ้าของสถิติในการแข่งขันอยู่แล้ว และตอนนี้เขาเพิ่มอีกหนึ่งสมัยกับสโมสรที่สี่ ทำให้บันทึกของเขาในยูโรปา ลีกเป็นหกรอบชิงชนะเลิศและห้าแชมป์ ตัวเลขที่ไม่น่าจะมีใครมาทำลายได้ในเร็ววัน

มรดกที่จะอยู่ไปอีกหลายทศวรรษ

ชัยชนะในคืนนั้นไม่ได้แค่เพิ่มถ้วยรางวัลในตู้ของแอสตัน วิลล่า แต่มันเปลี่ยนสถานะของสโมสรในแผนที่ฟุตบอลยุโรปอย่างถาวร เพราะนับจากนี้ไป เมื่อใดก็ตามที่มีการพูดถึงสโมสรที่คว้าแชมป์ยูโรปา ลีก ชื่อของแอสตัน วิลล่าจะอยู่ในรายชื่อนั้น

สำหรับเอเมรี่เองและสำหรับแผนการที่เขาวางไว้ตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้ามา ชัยชนะนี้คือการพิสูจน์ว่าสโมสรที่ไม่ได้ถือว่าใหญ่ที่สุดในอังกฤษ ไม่ได้มีงบประมาณมากที่สุด และไม่ได้มีประวัติศาสตร์ที่เพิ่งสร้างในยุคใหม่นี้ ก็สามารถแข่งขันและชนะในระดับสูงสุดของยุโรปได้ ถ้ามีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและมีความอดทนพอที่จะสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาทีละขั้น

ซาลาห์ รูนีย์ และการอำลาที่ไม่สวยงาม

ในวงการฟุตบอล การอำลาของนักเตะตำนานมักจะถูกจดจำในสองแบบ แบบแรกคือการอำลาที่สวยงาม เต็มไปด้วยน้ำตาและความรัก แฟนบอลโห่ร้องสรรเสริญ และนักเตะก้าวออกจากสนามด้วยศักดิ์ศรีที่สมบูรณ์แบบ แบบที่สองคือการอำลาที่ขมขื่น ที่ทำให้ทุกคนรู้สึกอึดอัดและอยากให้ทุกอย่างจบลงเร็วๆ

และน่าเสียดายที่การอำลาของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ จากลิเวอร์พูลในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของฤดูกาลนี้กำลังเดินไปในทิศทางที่สอง

โพสต์ที่จุดประกายทุกอย่าง

ข้อความที่ซาลาห์โพสต์หลังความพ่ายแพ้ที่วิลล่า พาร์คไม่ได้ระบุชื่อใคร ไม่ได้กล่าวหาอะไรอย่างตรงๆ แต่ทุกคนที่อ่านก็เข้าใจทันทีว่ามันกำลังพูดถึงอะไร

ซาลาห์เขียนว่าลิเวอร์พูลต้องกลับมาเป็น "ทีมรุกแบบเฮฟวี่ เมทัล ที่คู่แข่งเกรงกลัว" และเสริมว่า "นั่นคือฟุตบอลที่ผมรู้จักและนั่นคืออัตลักษณ์ที่ต้องถูกกู้คืนและรักษาไว้ตลอดไป มันไม่ใช่สิ่งที่ต่อรองได้ และทุกคนที่เข้ามาร่วมทีมนี้ควรปรับตัวเข้ากับมัน"

รูนีย์ยิงตรงและไม่มีสะดุด

Selfish Salah should be dropped from Anfield finale - Rooney

เวย์น รูนีย์ ไม่ใช่นักวิเคราะห์ที่จะเลือกพูดอ้อมค้อมเมื่อมีสิ่งที่เขาคิดว่าต้องพูดตรงๆ และในรายการของเขา เขาก็ทำในแบบที่เขาทำเสมอ

"ผมรู้สึกเศร้าในตอนท้ายของสิ่งที่เขาทำและสิ่งที่เขาประสบความสำเร็จที่ลิเวอร์พูล มันไม่ใช่จุดที่เขาควรออกมาและจ้องโจมตีสล็อตอีกครั้ง" รูนีย์กล่าว

แต่รูนีย์ไม่ได้หยุดแค่นั้น เขายังพูดถึงเรื่องที่หลายคนไม่กล้าพูดออกมาตรงๆ นั่นคือเรื่องของร่างกายและสมรรถภาพของซาลาห์ในวัย 33 ปี "เขาต้องการเล่นฟุตบอลแบบเฮฟวี่ เมทัล ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วคือเขาต้องการฟุตบอลแบบเยอร์เก้น คล็อป ตอนนี้ผมไม่คิดว่าโม ซาลาห์จะรับมือกับฟุตบอลแบบนั้นได้อีกแล้ว ผมคิดว่าขาของเขาไม่สามารถรองรับเทมโปและความเข้มข้นสูงแบบนั้นได้อีกต่อไป"

เฟอร์กูสัน รูนีย์ และบทเรียนจากอดีต

สิ่งที่ทำให้คำพูดของรูนีย์มีน้ำหนักพิเศษในครั้งนี้คือเขาไม่ได้พูดจากทฤษฎี แต่พูดจากประสบการณ์จริงของตัวเอง

รูนีย์เล่าว่าเขาเคยอยู่ในสถานการณ์คล้ายกันนี้เมื่อครั้งที่ยังเล่นให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดภายใต้การนำของเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เขามีความขัดแย้งและทะเลาะกับผู้จัดการทีม และผลที่ตามมาคือเฟอร์กูสันไม่เรียกเขาติดทีมสำหรับเกมสุดท้ายที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

sbobet withdrawสมัครสมาชิก sbobet registerแจ้งฝากเงิน sbobet topupแจ้งถอนเงิน
register sbobet
contact line
contact callcenter chatcallcenter
Lucky Button World Cup Spin