ในแวดวงฟุตบอล ข่าวการต่อสัญญาส่วนใหญ่มักมาพร้อมกับบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความยินดี แฟนบอลเฉลิมฉลอง สโมสรออกแถลงการณ์ที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ และนักเตะยิ้มถ่ายรูปพร้อมปากกาเซ็นสัญญา แต่ข่าวที่ว่า ฟิล โฟเดน ตกลงทำสัญญาฉบับใหม่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เป็นระยะเวลาสี่ปีจนถึงปี 2030 พร้อมออปชั่นต่อได้อีกหนึ่งปี กลับมาพร้อมกับบรรยากาศที่ซับซ้อนกว่านั้นมาก
เพราะในขณะที่สัญญาฉบับใหม่บอกว่าทั้งสองฝ่ายยังเชื่อในกันและกัน แต่สถานการณ์รอบข้างในช่วงเวลานี้กลับบอกว่ามีคำถามมากมายที่รอคำตอบอยู่ โฟเดนวัย 25 ปีอยู่ในช่วงฟอร์มตกต่ำที่ยาวนานที่สุดในอาชีพ ไม่ได้ยิงประตูมาตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม และแม้แต่ที่นั่งในทีมชาติอังกฤษสำหรับฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์นี้ก็ยังไม่ได้รับการรับประกัน
เส้นทางจากเด็กอัจฉริยะสู่แชมเปี้ยน
เพื่อจะเข้าใจว่าเหตุใดสัญญาฉบับนี้ถึงสำคัญขนาดนี้ ต้องย้อนกลับไปดูว่าโฟเดนมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร
เขาเริ่มต้นเส้นทางอาชีพในทีมชุดใหญ่ตั้งแต่อายุ 17 ปี เมื่อ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ตัดสินใจเรียกเขาขึ้นมาลงสนามครั้งแรก ซึ่งในตอนนั้นหลายคนมองว่าเป็นการให้โอกาสเพื่อให้ประสบการณ์ แต่ไม่ใช่สัญญาณว่าเขาจะกลายเป็นตัวหลักในเร็ววัน เพราะซิตี้ในยุคนั้นเต็มไปด้วยดาวเด่นระดับโลกในทุกตำแหน่ง
ฟอร์มที่หายไปและความเงียบของประตู

แต่ทุกเรื่องราวที่ดีย่อมมีบทที่ยากเสมอ และสำหรับโฟเดน บทนั้นกำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้
นับตั้งแต่วันที่ 14 ธันวาคม เขาไม่ได้ยิงประตูอีกเลย ในวงการฟุตบอลที่ตัวเลขประตูและแอสซิสต์กลายเป็นสิ่งที่ทุกคนพูดถึง ความเงียบของโฟเดนในด้านนี้ยาวนานเกินพอที่จะถูกมองว่าเป็นแค่ช่วงพักฟื้นชั่วคราว
ปัญหาไม่ได้อยู่แค่ที่การขาดประตู แต่อยู่ที่ความรู้สึกโดยรวมว่าโฟเดนยังไม่กลับมาเป็นตัวเองในแบบที่แฟนบอลรู้จัก ความคมในการตัดสินใจ ความไหลลื่นในการเคลื่อนไหว และความมั่นใจในการครองบอลที่เคยเป็นลายเซ็นของเขา ดูเหมือนจะหายไปกับสายลม
รูนีย์ออกมาพูดในสิ่งที่หลายคนคิด
เวย์น รูนีย์ อดีตกัปตันทีมทั้งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดและทีมชาติอังกฤษ เป็นหนึ่งในคนที่ออกมาพูดตรงๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ของโฟเดนในรายการของเขาทาง BBC
"ผมคิดว่าต้องใส่เขาในทีม" รูนีย์กล่าว "ผมชอบดูเขาเล่น ชอบการเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ของเขา วิธีที่เขาหาพื้นที่ว่าง มันไม่ใช่ภาพที่สวยงามเลยที่เห็นเขานั่งอยู่บนม้านั่งสำรอง"
ฟุตบอลโลกและความกดดันที่เพิ่มขึ้น
ถ้าแค่ปัญหาฟอร์มในระดับสโมสรยังไม่พอ โฟเดนยังต้องเผชิญกับความกดดันจากทิศทางอื่นด้วย เมื่อ โธมัส ทูเคิล ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษออกมาพูดอย่างตรงไปตรงมาว่าที่นั่งในทีมชาติของโฟเดนสำหรับฟุตบอลโลกช่วงซัมเมอร์นี้ไม่ได้รับการรับประกัน แม้ว่าเขาจะเป็นนักเตะคนเดียวที่ได้ลงสนามเต็มทั้งสองนัดในแคมป์สุดท้ายก่อนทัวร์นาเมนต์
ทูเคิลส่งสัญญาณชัดเจนว่าฟอร์มในปัจจุบันคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่ชื่อเสียงหรือผลงานในอดีต และถ้าโฟเดนยังไม่สามารถกลับมาแสดงฟอร์มที่ดีในระดับสโมสรได้ โอกาสในการติดทีมชาติก็จะลดลงตามไปด้วย














