ตลาดซื้อขายนักเตะช่วงซัมเมอร์เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อ ไบรท์ตัน กลายเป็นทีมล่าสุดที่แสดงความจริงจังในการคว้าตัว ลูกา วุสโควิช (Luka Vuskovic) เซ็นเตอร์แบ็กดาวรุ่งของ ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ หลังมีรายงานว่าพวกเขาได้ยื่นข้อเสนอ 30 ล้านปอนด์ เพื่อดึงกองหลังวัย 19 ปีรายนี้ไปร่วมทีม แม้เจ้าตัวจะยังถูกมองว่าเป็นหนึ่งในอนาคตสำคัญของ สเปอร์ส ก็ตาม วุสโควิช (Vuskovic) เป็นนักเตะที่ถูกจับตามองอย่างมากในยุโรป หลังทำผลงานยอดเยี่ยมระหว่างถูกปล่อยยืมตัวไปเล่นให้ ฮัมบูร์ก ใน เยอรมนี เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา กองหลังทีมชาติ โครเอเชีย ไม่ได้โดดเด่นเฉพาะเกมรับเท่านั้น แต่ยังสร้างความแตกต่างในเกมรุกได้อย่างน่าทึ่ง โดยยิงไปถึง 6 ประตูในลีก ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่ากองหลังตัวกลางคนใด ๆ ในลีกสูงสุดของ เยอรมนี ผลงานดังกล่าวทำให้ วุสโควิช (Vuskovic) มีชื่อติดทีมยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของ บุนเดสลีกา และยิ่งทำให้สถานะของเขาในฐานะหนึ่งในกองหลังดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดของโลกแข็งแกร่งขึ้นไปอีก ปัจจุบันเขากำลังอยู่กับทีมชาติ โครเอเชีย ในศึก ฟุตบอลโลก ซึ่งถือเป็นเวทีสำคัญที่จะช่วยเพิ่มประสบการณ์และชื่อเสียงให้กับนักเตะอายุน้อยรายนี้ เดิมที สเปอร์ส ตกลงคว้าตัว วุสโควิช (Vuskovic) จาก ไฮดุ๊ก สปลิต สโมสรใน โครเอเชีย ตั้งแต่ช่วงซัมเมอร์ปี 2023 ก่อนที่เขาจะย้ายมาร่วมทีม พรีเมียร์ลีก อย่างเป็นทางการในซัมเมอร์ที่ผ่านมา จากนั้นถูกส่งไปเก็บประสบการณ์กับ ฮัมบูร์ก ซึ่งกลายเป็นการตัดสินใจที่ได้ผลดีอย่างมาก เพราะนักเตะสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างรวดเร็ว ทั้งด้านความแข็งแกร่ง การอ่านเกม และความมั่นใจในการเล่นกับบอล อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอจาก ไบรท์ตัน ที่มีมูลค่าสูงถึง 30 ล้านปอนด์ ทำให้สถานการณ์เริ่มน่าสนใจ เพราะแม้ สเปอร์ส จะมอง วุสโควิช (Vuskovic) เป็นนักเตะอนาคตไกล แต่จำนวนเงินดังกล่าวก็ถือว่าไม่น้อยสำหรับผู้เล่นวัยเพียง 19 ปี โดยเฉพาะในช่วงที่สโมสรจาก นอร์ธ ลอนดอน กำลังจัดโครงสร้างเกมรับใหม่ภายใต้การทำงานของ โรแบร์โต เด แซร์บี (Roberto De Zerbi)
ด้าน สเปอร์ส เดินหน้าล่า ฟาน เฮ็กเก้ ปราการหลัง ไบร์ทตัน

ในอีกด้านหนึ่ง สเปอร์ส เองก็กำลังเดินหน้าล่ากองหลังเพิ่มเติมเช่นกัน โดยเป้าหมายสำคัญคือ ยาน พอล ฟาน เฮ็คเก้ (Jan Paul van Hecke) กองหลังของ ไบรท์ตัน ซึ่งเคยร่วมงานกับ เด แซร์บี (De Zerbi) สมัยที่เขาคุมทีม เดอะ ซีกัลส์ ความสัมพันธ์เดิมระหว่างโค้ชกับนักเตะอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ สเปอร์ส เชื่อว่าสามารถโน้มน้าวแข้งรายนี้ให้ย้ายมาเล่นใน ลอนดอน ได้ แต่ดีลนี้ไม่ง่าย เพราะ ไบรท์ตัน ได้ปฏิเสธข้อเสนอจาก สเปอร์ส ไปแล้วถึง 2 ครั้ง ตามการเปิดเผยของ พอล บาร์เบอร์ (Paul Barber) ประธานบริหารของสโมสร โดยเขายืนยันว่ามีความสนใจในตัว ฟาน เฮ็คเก้ (Van Hecke) จากหลายฝ่าย ไม่ใช่แค่จาก ท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ เท่านั้น และสโมสรจำเป็นต้องตัดสินใจทุกอย่างให้สอดคล้องกับโมเดลธุรกิจของตัวเอง ฟาน เฮ็คเก้ (Van Hecke) เหลือสัญญากับ ไบรท์ตัน อีกเพียง 1 ปี หลังย้ายมาจาก เอ็นเอซี เบรด้า ด้วยค่าตัวเบื้องต้นเพียง 1.8 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2020 สถานการณ์สัญญาที่เหลือไม่มากทำให้ ไบรท์ตัน ต้องชั่งน้ำหนักอย่างรอบคอบ ระหว่างการเก็บนักเตะไว้ใช้งานต่อ การเจรจาสัญญาใหม่ หรือการขายออกไปในราคาที่เหมาะสมก่อนเสี่ยงเสียมูลค่ามากกว่านี้ สำหรับ สเปอร์ส การเสริมแนวรับดูเหมือนเป็นภารกิจสำคัญของซัมเมอร์นี้ สโมสรยืนยันการคว้าตัว มาร์กอส เซเนซี (Marcos Senesi) แบบไม่มีค่าตัวแล้ว โดยดีลจะสมบูรณ์หลังจากสัญญาของเขากับ บอร์นมัธ หมดลงในวันที่ 1 กรกฎาคม หากพวกเขาสามารถดึง ฟาน เฮ็คเก้ (Van Hecke) เข้ามาเพิ่มได้อีกคน ทีมจะมีตัวเลือกเซ็นเตอร์แบ็กที่แข็งแกร่งมากขึ้นทันที
ปัจจุบัน สเปอร์ส มี มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน (Micky van de Ven) และ คริสเตียน โรเมโร (Cristian Romero) เป็นคู่ตัวจริงเมื่อทั้งคู่พร้อมลงสนาม ขณะที่ เควิน ดานโซ (Kevin Danso) ก็แสดงให้เห็นว่าสามารถก้าวขึ้นมาช่วยทีมได้ในช่วงที่ โรเมโร (Romero) มีปัญหาบาดเจ็บในท้ายฤดูกาล หากรวม เซเนซี (Senesi) และอาจมี ฟาน เฮ็คเก้ (Van Hecke) เข้ามาอีก สเปอร์ส จะมีเซ็นเตอร์แบ็กระดับใช้งานจริงอย่างน้อย 4 คน ประเด็นที่น่าสนใจคือ ฤดูกาลนี้ สเปอร์ส ไม่มีโปรแกรมฟุตบอลยุโรป ทำให้คำถามตามมาว่าทีมจำเป็นต้องมีเซ็นเตอร์แบ็กตัวหลักจำนวนมากขนาดนั้นหรือไม่ หากไม่มีเกมกลางสัปดาห์ในระดับทวีป การบริหารนาทีลงสนามของนักเตะอาจเป็นเรื่องท้าทาย โดยเฉพาะเมื่อทุกคนต่างต้องการเป็นตัวจริง และต้องการโอกาสลงสนามสม่ำเสมอ ในขณะเดียวกัน เด แซร์บี (De Zerbi) จะมีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายในทุกดีลของ สเปอร์ส ช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งทำให้ทิศทางการเสริมทัพน่าจับตามองยิ่งขึ้น กุนซือชาว อิตาลี เป็นโค้ชที่ให้ความสำคัญกับการขึ้นเกมจากแดนหลัง เซ็นเตอร์แบ็กของเขาจึงต้องเล่นบอลกับเท้าได้ดี กล้าครองบอล และอ่านเกมได้รวดเร็ว คุณสมบัติเหล่านี้อธิบายได้ว่าทำไมเขาจึงสนใจ ฟาน เฮ็คเก้ (Van Hecke) ซึ่งเคยเข้าใจระบบของเขามาแล้ว ส่วนกรณีของ วุสโควิช (Vuskovic) ถือเป็นโจทย์ยากสำหรับ สเปอร์ส เพราะเขาเป็นผู้เล่นที่มีศักยภาพสูงมาก อายุยังน้อย และเพิ่งผ่านฤดูกาลที่ยอดเยี่ยมใน เยอรมนี การปล่อยเขาออกจากทีมอาจทำให้สโมสรเสียโอกาสในระยะยาว แต่การปฏิเสธเงินก้อนโตจาก ไบรท์ตัน ก็ต้องแลกกับความมั่นใจว่าเขาจะได้รับโอกาสพัฒนาและมีเส้นทางสู่ทีมชุดใหญ่อย่างชัดเจน
การยื่นซื้อ วุสโควิช ถือเป็นแนวทางที่ ไบร์ทตัน ทำได้ดีมาตลอด
สำหรับ ไบรท์ตัน การยื่นซื้อ วุสโควิช (Vuskovic) สะท้อนแนวทางที่สโมสรทำได้ดีมาโดยตลอด นั่นคือการมองหานักเตะอายุน้อยที่มีศักยภาพสูง ก่อนพัฒนาให้กลายเป็นกำลังหลักหรือเพิ่มมูลค่าในอนาคต หากพวกเขาคว้าดาวรุ่งทีมชาติ โครเอเชีย รายนี้ได้สำเร็จ ก็อาจเป็นอีกหนึ่งดีลที่เข้ากับโมเดลของสโมสรอย่างมาก ภาพรวมของเรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นแค่ดีลซื้อขายธรรมดา แต่เป็นเกมหมากรุกระหว่าง ไบรท์ตัน และ สเปอร์ส ฝั่งหนึ่งต้องการดึงดาวรุ่งอนาคตไกลจากทีมคู่แข่ง ขณะที่อีกฝั่งต้องการคว้ากองหลังตัวหลักของ ไบรท์ตัน ไปเสริมระบบของตัวเอง การเจรจาเหล่านี้อาจส่งผลต่อโครงสร้างแนวรับของทั้งสองสโมสรในฤดูกาลใหม่อย่างชัดเจน สุดท้ายแล้ว อนาคตของ ลูกา วุสโควิช (Luka Vuskovic) และ ยาน พอล ฟาน เฮ็คเก้ (Jan Paul van Hecke) จะเป็นหนึ่งในประเด็นที่น่าติดตามมากที่สุดของตลาดนักเตะรอบนี้ เพราะเกี่ยวข้องกับทั้งแผนระยะยาว มูลค่านักเตะ ความต้องการของกุนซือ และทิศทางใหม่ของ สเปอร์ส ภายใต้การตัดสินใจของ โรแบร์โต เด แซร์บี (Roberto De Zerbi) อย่างเต็มตัว














