โอลิเซ่ แฮตทริก และคืนอำลาของเดชองป์ที่ลีล

โอลิเซ่ แฮตทริก และคืนอำลาของเดชองป์ที่ลีล

มีคืนที่ผู้เล่นคนหนึ่งทำให้ทุกอย่างในสนามดูเรียบง่ายกว่าที่ควรจะเป็น และคืนที่ฝรั่งเศสพบกับไอร์แลนด์เหนือในเมืองลีลคือหนึ่งในนั้น เมื่อ ไมเคิล โอลิเซ่ นักเตะปีกของบาเยิร์น มิวนิคเลือกเวทีที่สำคัญที่สุดในรอบนี้มาทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนในระดับทีมชาติ นั่นคือการยิงแฮตทริก

ฝรั่งเศสชนะ 3-1 และผ่านเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลโลกในสหรัฐอเมริกาด้วยความมั่นใจที่สูงขึ้น แต่ที่สำคัญกว่าผลของเกมคือสิ่งที่โอลิเซ่แสดงให้เห็นว่าตัวเองสามารถทำได้ในระดับสูงสุดเมื่อทีมต้องการ และในคืนที่ถูกออกแบบมาให้เป็นพิธีกรรมแห่งการอำลาของ ดิดิเย่ร์ เดชองป์ ผู้จัดการทีมที่คุมฝรั่งเศสมาถึง 14 ปี โอลิเซ่กลับกลายเป็นดาวเด่นของคืนโดยไม่ได้ตั้งใจ

บรรยากาศก่อนเกมที่ไม่ถ่ายทอดลงสนาม

เกมนั้นถูกออกแบบมาให้มีความพิเศษตั้งแต่ก่อนที่นักเตะคนแรกจะออกมาวอร์มร่างกาย มีพิธีกรรมก่อนเกมและการแสดงดอกไม้ไฟที่สร้างบรรยากาศให้กับสนาม และแฟนบอลฝรั่งเศสในลีลต่างก็มาพร้อมกับความคาดหวังว่าคืนนั้นจะเป็นคืนที่สมกับการเฉลิมฉลอง

แต่ฟุตบอลไม่ได้ดำเนินตามบทที่ถูกเขียนไว้เสมอ และไอร์แลนด์เหนือที่มาพร้อมกับทีมอายุเฉลี่ยเพียง 22.6 ปีภายใต้การนำของ ไมเคิล โอนีล ก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองมาเล่นบทประกอบในพิธีกรรมของฝ่ายตรงข้าม พวกเขาเล่นด้วยความมุ่งมั่นและสร้างความยากลำบากให้กับฝรั่งเศสในแบบที่ทำให้เกมไม่ง่ายอย่างที่คาดไว้

สามประตูที่แตกต่างกันสิ้นเชิง

Two soccer players clash for the ball: a white kit wearing number 10 and a green-clad goalkeeper collide on the pitch, SBObet logo visible above.

สิ่งที่ทำให้แฮตทริกของโอลิเซ่น่าสนใจเป็นพิเศษคือประตูทั้งสามมีลักษณะที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง บอกถึงความหลากหลายในคลังอาวุธของนักเตะคนนี้

ประตูแรกมาจากการอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องและความไวในการตัดสินใจ ไม่ใช่สิ่งที่สวยงามที่สุดในโลก แต่แสดงให้เห็นว่าโอลิเซ่ไม่ใช่แค่นักเตะที่เล่นได้แค่ในสถานการณ์อุดมคติ แต่รู้จักใช้ประโยชน์จากทุกโอกาสที่ผ่านมา

ไอร์แลนด์เหนือและชั่วโมงแห่งความกล้าหาญ

แม้ว่าเรื่องราวหลักของคืนนั้นจะเป็นของโอลิเซ่ แต่ก็ต้องให้เครดิตกับทีมของโอนีลที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ

เมื่อ แพทริค เคลลี่ ยิงประตูตีเสมอในนาทีที่ 64 หลังจากที่ เชีย ชาร์ลส์ บุกเข้ามาในกรอบเขตโทษและเปิดโอกาสให้ ประตูนั้นคือรางวัลของทีมที่ต่อสู้ด้วยหัวใจตลอดเกม และในช่วงเวลาหนึ่งของเกม เมื่อสกอร์เป็น 2-1 ก็ยังมีความหวังว่าผลอาจเปลี่ยนไปได้

เอ็มบาปเป้และสถิติที่ยังรอ

ในขณะที่โอลิเซ่คือฮีโร่ของคืน กีลัง เอ็มบาปเป้ กัปตันทีมกลับเป็นหัวข้อที่ถูกพูดถึงในแง่ที่แตกต่างออกไป เพราะเขามาพร้อมกับความคาดหวังว่าจะยิงประตูที่จะทำให้เขาเท่ากับ โอลิวิเย่ร์ ฌิรู ในฐานะผู้ทำประตูสูงสุดตลอดกาลของฟรั่งเศส

แต่คืนนั้นไม่ใช่คืนของเอ็มบาปเป้ในแง่นั้น เขามีประตูถูกยกเลิกเพราะ เดซิเร่ ดูเอ่ ล้ำหน้าในขั้นตอนการสร้างโอกาส และเขายังพลาดโอกาสอื่นๆ อีกหลายครั้ง ทำให้การรอสถิติประตูสูงสุดยังต้องยืดออกไปถึงในฟุตบอลโลก