ทีมชาติ อังกฤษ ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก ได้อีกครั้ง หลังเอาชนะ ทีมชาติ นอร์เวย์ ในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศที่เต็มไปด้วยความกดดัน เหตุการณ์พลิกผัน และความเหนื่อยล้า นี่ถือเป็นครั้งที่สี่ในประวัติศาสตร์ที่ อังกฤษ เดินทางมาถึงรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก ต่อจากการแข่งขันในปี 1966 ซึ่งพวกเขาเป็นเจ้าภาพ รวมถึงทัวร์นาเมนต์ที่ ประเทศ อิตาลี ในปี 1990 และ ประเทศ รัสเซีย ในปี 2018 ทันทีที่ผู้ตัดสินชาว ฝรั่งเศส เคลมองต์ ตูร์แปง (Clement Turpin) เป่านกหวีดหมดเวลาการแข่งขันในสนามที่ เมือง ไมอามี นักเตะ อังกฤษ หลายคนทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความโล่งใจ หลังต้องต่อสู้กับ นอร์เวย์ จนถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ เสียงเชียร์ของแฟนบอล อังกฤษ ดังไปทั่วอัฒจันทร์ ขณะที่ จูด เบลลิงแฮม (Jude Bellingham) ซึ่งทำสองประตูในเกมนี้ เผลอชนศีรษะกับ จอร์แดน พิคฟอร์ด (Jordan Pickford) ระหว่างการฉลองชัยชนะ ส่วนกัปตันทีม แฮร์รี เคน (Harry Kane) นำเพื่อนร่วมทีมเดินไปขอบคุณแฟนบอลหลายพันคนที่เดินทางไกลมายัง รัฐ ฟลอริดา เพื่อให้กำลังใจพวกเขาในเกมสำคัญอย่างไรก็ตาม บรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองไม่ได้ทำให้ โธมัส ทูเคิล (Thomas Tuchel) พอใจกับผลงานของลูกทีม กุนซือชาว เยอรมัน กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่า อังกฤษ “โชคดี” ที่สามารถผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้ เพราะตลอดการแข่งขัน นอร์เวย์ เป็นฝ่ายขึ้นนำก่อน มีโอกาสสำคัญที่จะหนีห่างเป็น 2-0 เคยส่งบอลเข้าประตูแต่ถูกยกเลิก และยังมีจังหวะยิงชนคานอีกด้วย โธมัส ทูเคิล (Thomas Tuchel) ยอมรับว่า ผลการแข่งขันเป็นเรื่องยอดเยี่ยม เพราะ อังกฤษ สามารถผ่านเข้าสู่รอบสี่ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ แต่เขาไม่พอใจกับรูปแบบการเล่นของทีมเลยแม้แต่น้อย เขามองว่า อังกฤษ สร้างปัญหาให้ตัวเองจากการเล่นที่ขาดความแน่นอน มีข้อผิดพลาดทางเทคนิคจำนวนมาก เคลื่อนบอลช้าเกินไป และไม่สามารถสร้างจังหวะบุกอย่างต่อเนื่องตามแผนที่เตรียมไว้ “เราโชคดี เราทำให้เกมนี้ยากสำหรับตัวเองอย่างมาก ผลการแข่งขันถือว่ายอดเยี่ยม และการผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศเป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อ แต่ผมไม่มีความสุขกับผลงานของทีมในทุกด้าน” โธมัส ทูเคิล (Thomas Tuchel) ยังกล่าวว่า ลูกทีมเล่นอย่างประมาท เสียบอลง่าย เคลื่อนที่ไม่รวดเร็ว และไม่สามารถทำสิ่งที่ต้องการได้อย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ โธมัส ทูเคิล (Thomas Tuchel) เชื่อว่าเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ อังกฤษ รอดพ้นจากสถานการณ์อันยากลำบาก คือสภาพจิตใจของนักเตะ เขาอธิบายว่า การผ่านเข้ารอบครั้งนี้เกิดจาก “พลังใจล้วน ๆ” เพราะแม้ผลงานโดยรวมจะไม่น่าประทับใจ แต่ผู้เล่นทุกคนยังคงต่อสู้จนถึงวินาทีสุดท้าย และไม่ยอมแพ้แม้เกมจะตกเป็นรอง เมื่อ จูด เบลลิงแฮม (Jude Bellingham) ถูกถามถึงคำวิจารณ์ของผู้จัดการทีม เขาตอบกลับอย่างไม่ปิดบังความรู้สึกว่า นักเตะทุกคนทำงานอย่างหนัก และสมควรได้รับการยกย่องจากความทุ่มเทที่แสดงออกมาในสนาม “ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็แล้วแต่ การเล่นในสนามวันนี้เป็นงานที่ยากมาก นักเตะทุกคนทุ่มเทอย่างหนัก ความคิดและความชื่นชมของผมทั้งหมดขอมอบให้กับเพื่อนร่วมทีมที่ทำงานอย่างเต็มที่” จูด เบลลิงแฮม (Jude Bellingham) ทำคนเดียวสองประตูในนาทีที่ 40+7 และนาทีที่ 93 (ประตูในช่วงต่อเวลาพิเศษ) หลังจากที่พวกเขาโดนนำไปก่อน และเกือบจะพลาดท่า โดน นอร์เวย์ กระทุ้ง 2-1 ได้ในเวลาปกติยังดีที่ วีเออาร์ มาช่วยริบประตูนั้นไปเสียก่อน
เส้นทางสิงโตผ่านมาอย่างทุลักทุเลทุกนัด
ก่อนหน้านี้ทีมชาติ อังกฤษ แม้ว่าจะเข้ารอบมาเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม แต่กว่าจะผ่านแต่ละเกมมาได้ก็ไม่ใช่ผ่านมาด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมนัก แม้ว่าจะเข้ามาเจอกับ คองโก กว่าจะบดเอาชนะได้้ก็แทบแย่ ไหนจะต้องเจอเกมยากๆ กับเจ้าภาพอย่างเม็กซิโกอีก นอกจากนี้ อังกฤษ ยังต้องเล่นด้วยผู้เล่นเพียงสิบคนในเกมที่เอาชนะ ทีมชาติ เม็กซิโก 3-2 แสดงให้เห็นว่าเส้นทางของพวกเขาเต็มไปด้วยอุปสรรคและสถานการณ์ที่ต้องแก้ไขเฉพาะหน้า โธมัส ทูเคิล (Thomas Tuchel) ยืนยันว่า เขาไม่ได้มีปัญหาหรือความขัดแย้งกับนักเตะ แม้ว่าคำพูดหลังเกมของเขาจะค่อนข้างรุนแรง กุนซือทีมชาติ อังกฤษ กล่าวว่า เขารักทีมและผู้เล่นของตัวเองอย่างเต็มหัวใจ แต่ความรักไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องมองข้ามข้อผิดพลาด เพราะ อังกฤษ ยังสามารถเล่นได้ดีกว่านี้ และมีรายละเอียดอีกหลายอย่างที่ต้องปรับปรุง คำถามสำคัญจึงอยู่ที่ว่า ความแข็งแกร่งทางจิตใจเพียงอย่างเดียวจะเพียงพอหรือไม่ หาก อังกฤษ ต้องการคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก เป็นครั้งที่สองในประวัติศาสตร์ หรือพวกเขาจำเป็นต้องยกระดับคุณภาพการเล่น ก่อนเผชิญหน้ากับ ทีมชาติ อาร์เจนตินา ในรอบรองชนะเลิศ จูด เบลลิงแฮม (Jude Bellingham) ยังกล่าวถึงสภาพอากาศที่ร้อนและมีความชื้นสูงใน เมือง ไมอามี ซึ่งทำให้การแข่งขันยากลำบากมากขึ้น นักเตะ อังกฤษ ต้องลงเล่นนานถึง 122 นาที และมีเวลาพักฟื้นร่างกายไม่มาก ก่อนลงสนามในรอบรองชนะเลิศ จูด เบลลิงแฮม (Jude Bellingham) มองว่า โธมัส ทูเคิล (Thomas Tuchel) อาจไม่เข้าใจอย่างเต็มที่ว่า การลงเล่นในสภาพอากาศเช่นนั้น พร้อมกับต้องรับมือผู้เล่นระดับสูงของ นอร์เวย์ เป็นงานที่หนักเพียงใดในการที่เขาและเพื่อนร่วมทีมต้องดวลกับ เออร์ลิง ฮาลันด์ (Erling Haaland) มาร์ติน โอเดการ์ด (Martin Odegaard) อันโตนิโอ นูซา (Antonio Nusa) และ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ (Alexander Sorloth) มันไม่ใช่งานที่ง่ายเลย เพราะพวกเขาเหล่านี้เป็นนักเตะระดับท็อปนั่นเอง
จูด ยันสิงโตรับมือ ฮาลันด์,โอเดนการ์ด,นูซ่า ไม่ง่าย

จูด เบลลิงแฮม (Jude Bellingham) ยืนยันว่า นอร์เวย์ ไม่ใช่ทีมที่รับมือได้ง่าย และเขาไม่สามารถกล่าวชื่นชมเพื่อนร่วมทีมได้มากพอ สำหรับการช่วยกันฝ่าด่านอันยากลำบากครั้งนี้ เขายังอธิบายว่า ฟุตบอลไม่ได้เปิดโอกาสให้ทุกทีมชนะด้วยการต่อบอลสวยงาม หรือจ่ายบอลหนึ่งพันครั้งในทุกเกม บางครั้งชัยชนะต้องอาศัยการต่อสู้ ความอดทน และการเล่นในรูปแบบที่อาจไม่สวยงามนัก “คุณไม่สามารถชนะทุกเกมด้วยการครองบอลและจ่ายบอลหนึ่งพันครั้ง บางครั้งคุณจำเป็นต้องชนะในแบบที่ไม่สวยงาม และวันนี้พวกเราก็ทำแบบนั้นได้” แม้นักเตะบางคนอาจไม่เห็นด้วยกับน้ำเสียงของ โธมัส ทูเคิล (Thomas Tuchel) แต่บรรดาอดีตนักเตะ อังกฤษ หลายคนกลับสนับสนุนคำพูดของเขา อลัน เชียเรอร์ (Alan Shearer) อดีตกัปตันทีมชาติ อังกฤษ กล่าวผ่าน บีบีซี สปอร์ต ว่า ในอดีตอาจมีผู้จัดการทีมหรือนักเตะออกมาพูดเพียงว่า ทุกคนร่วมมือกันอย่างยอดเยี่ยม และแสดงให้เห็นถึงความสามัคคี แต่ โธมัส ทูเคิล (Thomas Tuchel) เลือกที่จะพูดความจริง และไม่ยอมปล่อยให้ผลการแข่งขันที่ดีเข้ามากลบข้อบกพร่องของทีม “คุณต้องให้เครดิตกับเขาที่กล้าพูดออกมา เขาไม่ได้ยอมรับผลงานแบบนั้น เพียงเพราะทีมสามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้” เวย์น รูนีย์ (Wayne Rooney) อดีตกองหน้าที่ทำได้ 53 ประตูจากการลงเล่น 120 นัดให้กับ อังกฤษ เห็นด้วยว่า โธมัส ทูเคิล (Thomas Tuchel) ประเมินเรื่องสภาพจิตใจของทีมได้อย่างถูกต้อง เวย์น รูนีย์ (Wayne Rooney) ชี้ว่า อังกฤษ แสดงให้เห็นถึงคาแรกเตอร์ที่แข็งแกร่ง หลังจาก เอซรี คอนซา (Ezri Konsa) ได้รับบาดเจ็บ ขณะที่ เดแคลน ไรซ์ (Declan Rice) ซึ่งมีปัญหาความฟิตก่อนการแข่งขัน ต้องถูกเปลี่ยนตัวออกตั้งแต่ช่วงต้นครึ่งหลัง อดีตกองหน้าทีมชาติ อังกฤษ ยอมรับว่า นอร์เวย์ เป็นฝ่ายเล่นได้ดีกว่าในหลายช่วงของการแข่งขัน แต่ความมุ่งมั่นและสภาพจิตใจของผู้เล่น อังกฤษ ช่วยให้ทีมผ่านเกมนี้ไปได้ ขณะที่ แมตต์ อัพสัน (Matt Upson) อดีตกองหลังทีมชาติ อังกฤษ กล่าวว่า ในช่วงประมาณ 25 นาทีสุดท้ายก่อนครบ 90 นาที เขารู้สึกว่า นอร์เวย์ มีโอกาสเป็นฝ่ายชนะเกมนี้มากกว่า ตลอดเส้นทางสู่รอบรองชนะเลิศ อังกฤษ ต้องพึ่งพาความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นหลายครั้ง
จูด เบลลิงแฮม (Jude Bellingham) และ แฮร์รี เคน (Harry Kane) เคยประสานงานกันเพื่อทำลายแนวรับของ ปานามา ในรอบแบ่งกลุ่ม ก่อนที่ แฮร์รี เคน (Harry Kane) จะทำสองประตูในช่วงท้ายเกม ช่วยให้ทีมพลิกสถานการณ์ในรอบ 32 ทีมกับ สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก เกมดังกล่าวแข่งขันกันที่ เมือง แอตแลนตา ซึ่ง อังกฤษ จะกลับไปลงสนามอีกครั้งในรอบรองชนะเลิศ ส่วนเกมกับ นอร์เวย์ ผู้เล่นที่ช่วย อังกฤษ ออกจากวิกฤตอีกครั้งคือ จูด เบลลิงแฮม (Jude Bellingham) อลัน เชียเรอร์ (Alan Shearer) มองว่า อังกฤษ ต้องอดทนอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงครึ่งหลัง แม้ทีมจะไม่ได้เล่นดีตลอดการแข่งขัน แต่พวกเขายังคงหาวิธีกลับเข้าสู่เกม เดินหน้าต่อ และต่อสู้จนคว้าตั๋วเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้สำเร็จ อดีตกัปตันทีมชาติ อังกฤษ กล่าวเพิ่มเติมว่า นักเตะชุดนี้พิสูจน์แล้วว่า พวกเขามีความแข็งแกร่งและสามารถรับมือกับความกดดันได้เป็นอย่างดี เวย์น รูนีย์ (Wayne Rooney) ย้ำว่า ทุกคนมีความสุขที่ อังกฤษ ผ่านเข้ารอบ แม้ว่าผลงานจะไม่ได้ยอดเยี่ยม แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการแข่งขันฟุตบอลแบบทัวร์นาเมนต์ คือการหาหนทางเอาชนะและทำภารกิจให้สำเร็จ ด้าน แมตต์ อัพสัน (Matt Upson) ซึ่งลงเล่นให้กับ อังกฤษ จำนวน 21 นัด ระหว่างปี 2003 ถึง 2010 เชื่อว่า ทีมจะเริ่มต้นเกมรอบรองชนะเลิศด้วยจังหวะและทัศนคติที่แตกต่างออกไป โดยเฉพาะเมื่อสภาพอากาศในเกมต่อไปอาจไม่ร้อนและมีความชื้นสูงเท่ากับ เมือง ไมอามี แมตต์ อัพสัน (Matt Upson) เข้าใจคำวิจารณ์ของ โธมัส ทูเคิล (Thomas Tuchel) เพราะทุกคนสามารถมองเห็นได้ว่า อังกฤษ ยังมีศักยภาพที่จะเล่นได้ดีกว่านี้มาก
รอบรองชนะเลิศกับ อาร์เจนตินา จึงเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของ อังกฤษ พวกเขามีนักเตะที่สามารถตัดสินเกมในช่วงเวลาสำคัญ มีความแข็งแกร่งทางจิตใจ และผ่านสถานการณ์ยากลำบากมาแล้วหลายครั้ง แต่ในเวลาเดียวกัน ทีมจำเป็นต้องลดข้อผิดพลาด เล่นให้รวดเร็วขึ้น และควบคุมเกมให้ได้มากกว่าเดิม คำวิจารณ์ของ โธมัส ทูเคิล (Thomas Tuchel) อาจฟังดูรุนแรงในค่ำคืนที่ควรเต็มไปด้วยการเฉลิมฉลอง แต่เป้าหมายของเขาชัดเจน นั่นคือการเตือนนักเตะว่า การผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศยังไม่ใช่จุดหมายสุดท้าย หาก อังกฤษ ต้องการสร้างประวัติศาสตร์และคว้าแชมป์ ฟุตบอลโลก 2026 พวกเขาไม่สามารถหวังพึ่งโชค ความสามารถเฉพาะตัว หรือพลังใจเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป ทีมของ โธมัส ทูเคิล (Thomas Tuchel) จะต้องยกระดับผลงานให้ดีขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อต้องเผชิญหน้ากับ อาร์เจนตินา และต่อสู้เพื่อโอกาสผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก อีกครั้ง














